อโหสิกรรม
กรรมใดที่กระผมได้ล่วงเกิน ด้วยกายกรรรมก็ดี วจีกรรมก็ดี มโนกรรมก็ดี ด้วยความเขลา ด้วยความประมาท ทั้งต่อหน้าและรับหลัง ขอท่านได้โปรดอโหสิกรรมนั้นแก่กระผมด้วย เพื่อความบริสุทธิ์ในการประพฤติพรหมจรรย์ต่อไป (ยัง กาเยนะ กะตัง กัมมัง, วาจายะ อทะ เจตะสา, โมเหนะ วา ปะมาเทนะ, สัมมุขา จะ ปะรัมมุขา, ตะเมวาโหสิกัมมังโข, พรหมจะริยะวิสุทธิยา)
เอามา post เล่นๆ ครับเผื่อได้เอาไปใช้กัน สำหรับเพื่อนบางท่่านก่อนบวชสงสัยได้ซื้อโฆษณาปกในไทยรัฐเพื่อขอขมาก่อนบวช สำหรับผมประมาณซัก เดลินิวส์แล้วกัน ค่าโฆษณาถูกกว่าหน่อย :-)
ถ้าเราได้มองย้อนดูช่วงชีวิตที่ผ่านมาของเราในอดีต เราจะพบว่าบนเส้นทางที่เราก้าวเดินกว่าจะมาถึงจุดนี้ได้ ต้องผ่านบุญคุณคนมามากมาย เช่นเดียวกันบางครั้งการกระทำของเราก็อาจจะมีผลกระทบกับจิตใจ หรือความรู้สึกของใครอีกมากมายด้วยเช่นเดียวกัน ทั้งที่เรารู้ และเราไม่รู้ ทั้งที่เราตั้งใจและไม่ตั้งใจ แต่ผลกรรมต่างๆ ย่อมผูกกันเป็นเงื่อนชีวิตให้เราและเขาเสมอ จนถึงวันหนึ่ง หรือชาติใดชาตินี้ เมื่อเงือนนั้นถูกคลาย เรื่องราวความรู้สึกที่เคยผุกพันกันมาก็จะมามีผลกระทบต่อจิตใจและความรู้สึกของเราด้วยเช่นเดียวกัน ดังนั้นก่อนที่เราจะก้าวต่อไปยังอีกช่วงชีวิตหนึ่งของชีวิต ถ้าเราได้มีโอกาสได้ขอโทษ หรือขอขมา หรือขออโหสิกรรม กับบุคคลต่างๆ ที่เราได้พลั้งพลาดด้วย ความคิด คำพูด หรือการกระทำก็ได้ ก็จงทำเสียเถิด จงทำด้วยใจที่ใสบริสุทธิ์ โดยไม่ต้องการสิ่งตอบแทน ไม่ต้องการแม้การให้อภัย แต่จงน้อมใจเราให้ตั้งมั่นในจุดที่ควรอยู่ก็พอแล้ว
เป็นกระทู้แรกนะครับของห้องสีขาว ท่านใดมีข้อคิดดีๆ เชิญได้นะครับ ไม่แบ่งแยกศาสนา สีผิว หรือชาิติพันธุ์ ไม่แบ่งแยกชายหรือหญิง ไม่แบ่งแยกว่าเขียนดีหรือไม่ดี ไม่แบ่งแยกด้วยเรื่องใดๆ ทั้งสิ่ง ขอเพียงอย่างเดียว ก่อนเขียนให้ทำใจให้ใสก่อนเป็นพอ :-)
Happy&Smile
@--แสงตะวัน--@




อ่านย่อหน้าแรกแล้ว
อ่านย่อหน้าแรกแล้ว งงเล็กน้อย
แต่ดีครับ ที่พี่ Kipkapman ได้มาประเดิมห้องนี้สักที
จะได้มีแนวคิดดี ๆ ไปใช้ในการดำรงชีวิต
ช่วงนี้สังคมศาสนาเริ่มทดถอยแล้วครับ ทาง SSLM ไม่ได้เป็นคนเคร่งศาสนามากนัก
แต่สนับสนุนให้คนเรามีสิ่งที่ดีไว้คอยยึดเหนี่ยวครับ
I can't deny what I believe
I can't be what I 'm not