ความสำเร็จกับอุปสรรคเป็นของคู่กัน
ความสำเร็จและอุปสรรคเป็นของคู่กัน...........จบ จ๊ากกกกก ถ้าแค่นี้ไม่ต้องเขียน
ขยายความตามประสบการณ์ชีวิตเท่าที่เคยเจอก็แล้วกัน
เริ่มกันตั้งแต่ตอนเด็กๆ ชอบอ่านการ์ตูนมากๆ ถึงขนาดเวลาปั่นจักรยานไปโรงเรียนก็อ่านการ์ตูนไปด้วยขณะปั่นจักรยาน พอย้อนคิดไปแล้ว ก็ดีใจว่ารอดตายมาได้ก็บุญหนักหนาแล้ว ยิ่งเติบโตขึ้นมาพอความสำเร็จหรือเป้าหมายในชีวิตเพิ่มมากขึ้นสิ่งที่เจอก็จะมากขึ้นตามไปด้วย เริ่มตั้งแต่ตอนที่ต้องย้ายที่เรียนบ่อยตามพ่อบ่อยๆ ตั้งแต่ อนุบาล ประถม 6 ม.2 การที่ต้องปรับตัวเข้ากับกลุ่มเพื่อนใหม่อยู่เรื่อยๆ การเดินทางไปเรียนที่ำลำบากแตกต่างกันออกไป นั่นคือเมื่อตอนเด็กๆ
พอโตขึ้นเป้าหมายก็ใหญ่ขึ้น ความสำเร็จในชีวิตก็เริ่มเป็นเรื่องเป็นราวมากขึ้น สิ่งที่เป็นปัญหาและอุปสรรคก็เริ่มมากขึ้นเรื่อยๆ เหมือนเงาตามตัว เริ่มจาการตั้งเป้าที่จะเรียนต่อคณะวิศวะให้ได้ แม้เรียนไม่เก่ง ยิ่งไปกว่านั้นพอสอบเข้าไปได้แล้วก็เกือบถูกรีไทร์ เพราะดันไม่เก่ง math และบ้าทำกิจกรรมซะมากมาย พอเริ่มเข้าที่เข้าทางก็ดันจำเวลาสอบวิชา fluid ไปอีก ก็ติด F ก็ไปตามระเบียบ แล้วตัวนั้นมีตัวต่ออีก สนุกกันเลยครับ วางแผนกันจนแผนการเรียนที่คณะวางไว้ให้เปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือ กว่าจะจบได้ก็เอาฝึกงานมาปี 4 แล้วต้องรีบทำเรื่องจบให้รรับปริญญาให้ทันเพื่อนๆ พอสอบเข้า ป.โทได้ ที่พระจอมเกล้าพระนครเหนือ ซึ่งกว่าจะสอบเข้าเรียนที่นี้ได้ก็สอบถึง 5 ครั้ง (ม.3 เข้า ปวช./ ม.5 สอบเทียบ /ม.6 สอบ ent /ปี 1 ลองอีกรอบ และสุดท้าย ก้สอบ ป.โทนีหละครับ)
เรื่องการทำงานมันยาวเพราะเรื่องราวมันเยอะ ทำมาหลายที่ ทั้งเป็นลูกจ้าง ทำธุรกิจกับเพือน ทำธุรกิจส่วนตัว และทำธุรกิจเครือข่าย กว่าจะมาเป็นอาจารย์ได้ก็เล่นเอาหืดขึ้นคอเหมือนกัน ซึ่งกว่าจะเจองานที่เรารักที่จะทำจริงๆ ก็เล่นเอาซะน่วมเหมือนกัน แต่จะว่าไปงานจริงที่อยากทำก็ยังไม่ได้ทำ แต่การเป็นอาจารย์หรือครูสอนคนอื่นก็ใกล้เคียง เอาเป็นว่าทำตรงนี้ให้ดีกว่า เมือถึงเวลาอันสมควรค่อยไปทำงานที่อยากทำจริงๆ ก็แล้วกัน ฮิ ฮิ
เกริ่นมาซะยาว เข้าเรื่องปัจจุบันดีกว่า ไอ้การเรียน ป.เอกนี้ จะว่าง่ายก็ง่ายจะว่ายากก็ยาก จากการตามดูชีวิตตัวเองตั้งแต่เด็ก เพราะป็นคนชอบวางแผนในชีวิตเกือบทุกเรื่อง มีเป้าหมายให้กับชีวิตตลอดเวลา ได้ข้อสรุปว่า สิ่งที่เราวางไว้มักจะได้เพียงแค่ครึ่งหนึ่งของที่ตั้งใจไว้เสมอ เพราะอะไรนะหรือ ????? ตอบ........ "เพราะใจเราเอง" "ความจริงใจกับงานที่ทำ" "วินัย" และสุดท้าย "ความกลัว"
ผมว่าทุกคนมีกำแพงในชีวิตต่างๆ กันไปนะครับ สืบเนื่องเพราะว่า การเลี้ยงดูในวัยเด็ก นิสัยที่ติดตามมาข้ามชาติ และนิสัยที่ดันสร้างขึ้นมาเองในชาตินี้ ซึ่งจะเห็นได้ว่า ยิ่งเรามีเป้าหมายสูงเท่าไหร สิ่งที่เป็นอุปสรรคที่ยิ่งใหญ่ที่สุดคือใจเราเองครับ ใจเป็นทุกอย่าง แต่ใจที่จะใสได้ก็ต้องมีกายที่สะอาดด้วยเช่นกัน นั่นคือที่มาของ project "ไอ้ยอดมนุษย์ 100%"
ดังนั้นทุกคนหาเป้าหมายในชีวิตกันให้เจอนะครับ เพราะระหว่างทางมันจะต้องมีปัญหาและอุปสรรคแปลกๆ ที่ดูแล้วมันไม่เห็นเกี่ยวกับเป้าหมายหลักของเราเลย ซึ่งช่วงนี้กำลังเจออยู่ครับนั่นคือที่มาของอีกประโยคหนึ่งซึ่งใช้สอนตัวเองอยู่ตอนนี้คือ "เอาเป็นว่าทางใครทางมัน" ฮิ ฮิ ไม่ลงรายละเอียดนะครับ เรื่องมันยาว
อีกนิดก่อนจบ อย่าคิดมากนะครับท่านผู้อ่าน เขียนไปเรื่อย เพราะตอนนนี้เขียนงานวิจัยไม่ออก ฮ่า ฮ่า ปัญหาเรื่องการทำวงดนตรี sunshines like a music ดังที่พวกท่านยืนอยู่ตรงนี้ พอเริ่มจะทำการ promote อย่างเป็นเรืองเป็นราวก็โดน comment ในทางลบอย่างมหาศาล ก็ดีครับเป็นการฝึกใจอีกทางหนึ่ง นี่หละครับอีกตัวอย่างหนึ่งของประโยคที่ว่า "ทุกๆความสำเร็จต้องมีอุปสรรคเป็นของธรรมดา" เพราะฉนั้น ยิ่งปวดหัวเขียนงานไม่ออกคิดงานไม่ออก จบหรือไม่จบ เจอปัญหาสารพัดที่จะเจอได้ นั่นก็แสดงว่าใกล้แล้ว ใกล้แล้ว ถ้าข้ามกำแพงไปได้ก็จบ ถ้าข้ามไม่ได้ก็จบเหมือนกัน แต่จบกันคนละแบบ สำหรับการทำดนตรีก็เช่นกัน ถือซะว่าอีำกไม่นานคงสร้างสังคมของคนรักในงานดนตรี โดยใช้ดนตรีเป็นสื่อในการคิดดี ทำดี และพูดดี และมีมุมมองความรักที่ละเอียดอ่อนและเป็นความรักที่มีสาระ อีกไม่นาน อีกไม่นาน อีกไม่นาน
@--แสงตะวัน--@




แสดงว่าถ้าอุปสรรคยิ่งยาก
แสดงว่าถ้าอุปสรรคยิ่งยาก ความสำเร็จก็จะยิ่งใหญ่ ใช่มั้ยท่าน
I can't deny what I believe
I can't be what I 'm not
คนบางคนเจออุปสรรคแทบตาย
คนบางคนเจออุปสรรคแทบตาย เหนื่อยสายตัวแทบขาด แต่ก็ใช่ว่าเขาคนนั้นจะประสบความสำเร็จ
แต่ในทางกลับกัน ทุกๆ ความสำเร็จจะต้องมีอุปสรรค จะมากหรือน้อยว่ากันอีกที ??????
"บุญอยู่เบื้องหลังความสุขและความสำเร็จในชีวิตทั้งมวล"
comment ***** อีกนิดก่อนจบ
comment *****
อีกนิดก่อนจบ อย่าคิดมากนะครับท่านผู้อ่าน เขียนไปเรื่อย เพราะตอนนนี้เขียนงานวิจัยไม่ออก ฮ่า ฮ่า ปัญหาเรื่องการทำวงดนตรี sunshines like a music ดังที่พวกท่านยืนอยู่ตรงนี้ พอเริ่มจะทำการ promote อย่างเป็นเรืองเป็นราวก็โดน comment ในทางลบอย่างมหาศาล ก็ดีครับเป็นการฝึกใจอีกทางหนึ่ง นี่หละครับอีกตัวอย่างหนึ่งของประโยคที่ว่า "ทุกๆความสำเร็จต้องมีอุปสรรคเป็นของธรรมดา"
**** งานศิลปะย่อมได้รับการวิจารณ์
ให้แบ่งเป็นสองเรื่อง เรื่องคุณภาพของงาน และ การ reference ผลงาน
เรื่องแรก ต้องเปิดใจกว้าง ยอมรับ แล้วปรับปรุง งานก็จะเข้าไปในใจคนไม่ยาก
เรื่องสอง เราอยู่ในสังคมโลก คิดไปเองว่าได้ ไม่ได้ว่ะ ขนาดเขียน thesis ถ้าไม่ ref นี่เอาตาย ดังนั้นแก้ให้มันถูกซะปัญหาก็จะเบาบางลง