มนุษย์ 1%
มนุษย์ 1%
หนึ่งในหัวข้อน่าสนใจ
-------------------------------------------------
จากหนังสือ "ขายให้มันสง่างามหน่อย"
ของคุณวสันต์ พงศ์สุประดิษฐ์
-------------------------------------------------
มนุษย์ในโลก แบ่งเป็น 3 กลุ่ม
กลุ่มที่หนึ่ง....ผู้ที่ประสบความสำเร็จในชีวิตขั้นสูงสุด = 1 %
ไม่ว่าจะเป็นด้านชีวิตความเป็นอยู่ ฐานะการเงิน สังคม การเป็นที่ยอมรับ
กลุ่มที่สอง...ผู้ที่ประสบความสำเร็จในชีวิตขั้นสูงมาก = 4%
คือกลุ่มคนที่ประสบความสำเร็จในด้านใดด้านหนึ่ง
กลุ่มที่สาม...กลุ่มคนส่วนใหญ่ = 95%
ก็คือคนส่วนใหญ่ของสังคม
โดยขึ้นอยู่กับประเด็นที่ว่า
1.เรารู้หรือไม่ว่าเราต้องการอะไรจริงๆในชีวิต
2.เรากำหนดได้แจ่มชัดหรือไม่ว่า "ความสำเร็จ" สำหรับเราคืออะไร
3.เราได้ตัดสินใจอย่างเด็ดขาดหรือไม่ว่าจะยอมแลกอะไรไป เพื่อให้ได้สิ่งที่ต้องการมา
4.เราได้ลงมือทำอะไรตามที่ตัดสินใจไว้ และ
5.เราได้ทำมันไปจนสำเร็จหรือไม่
"มันคงเป็นไปไม่ได้ที่มนุษย์ 95% จะก้าวไปสู่มนุษย์ 1% หรือ 4% ได้ทั้งหมดทุกคน"
"แต่คงยอมรับไม่ได้ที่มนุษย์ 95% ทุกคนจะยอมจำนนอยู่แต่ในกลุ่มนี้ ทั้งๆที่มีทุกอย่างอยู่พร้อมแล้วที่จะทะยานไปถึงมนุษย์ 1% ได้"




แล้วสงสัยหรือไม่ทำไมมนุษย์กว่
แล้วสงสัยหรือไม่ทำไมมนุษย์กว่า 99% ตอบคำถามเหล่านี้ไม่ได้
หรือบางคนตอบได้แต่ทำไม่ได้ ฮ่า ฮ่า
มันต้องมีเบื้องหลังที่ใหญ่กว่านั้น :-)แล้วอะไรคือเบื้องหลังของความสำเร็จ ความไม่สำเร็จ ความล้มเหลว และความไม่ล้มเหลว
นั่นสิ อะไรคือเบื้องหลัง
I can't deny what I believe
I can't be what I 'm not
Please use
Please use "เบื้องหลังความสุขและความสำเร็จ" in Google. you will know the answer.
but it's only wording, if you want to see the answer, please closed your eye and still your mind in the right position (ทำไมภาษาอังกฤษกูห่วยแตกเช่นนี้ โอ้ย My God)
คำตอบมันมีง่ายๆ
คำตอบมันมีง่ายๆ ทุกศาสนาสอนไว้แล้ว
ไม่รู้เหตุของปัญหาก็ไม่มีทางแก้ไข ส่วนใหญ่มนุษย์จะไม่ยอมรับปัญหานั่นว่าเกิดจากตัวเอง แค่นั่นละ
ชอบคิดว่าเป็นเพราะนั่นเพราะนี่ ปัญหาเราก็้เป็นคนเดินไปหามันเป็นส่วนใหญ่ ยกเว้นปัญหาที่เราไม่ได้ทำ
แต่ลองนึกย้อนไปดีๆ ทุกอย่างน่าจะสัมพันธ์กันหมด เราเลยบอกว่ามันเป็นกรรม เพราะทำไปแล้วแก้ไม่ได้
แต่ก็อีกละ ถ้าไม่ยอมแก้ปัญหาตรงหน้า มันก็แค่นั่น นั่งมองมันก้ไม่เสร็จอยู่ดี ต้องลงมือแก้ปัญหาให้ตรงจุดตรงเรื่อง
ถ้าก่อปัญหาไว้เยอะ แรงเสียดทานก็เยอะ แค่ไปด่าใครไว้ วันต่อมาทำงานด้วยกัน มันก็มีกรรมแล้ว ไม่งั้นเขาจะเรียกว่าวจีกรรมหรอกรึ แปลว่าก่อชั่วไว้้้เยอะ แรงเสียดทางก็เยอะ
แต่มันไม่ใช่ข้อแก้ตัว ต้องทำ เพราะไม่ทำ ไม่แก้ ไม่ลุยปัญหาเร่ืองก็ไม่จบ น่าจะหนักกว่าเดิมด้วยซ้่า เพราะกรรมมันทวีคูณ
ไอ้วิธีติ๊ดชิ่งแก้ปัญหาไปรอบๆ เอาเขาจริง จะพากันพังหมด เพราะกรรมเก่าไม่ได้ใช้ กรรมใหม่บังเกิด
บางคนแก้อ้อมๆ บางคนแก้ตรงๆ ปัญหาคือ เราจะยอมรับ พิจาณาและตั้งใจแก้มันหรือไม่ เพราะทุกอย่างอยู่ที่มือเราเอง
ถ้าเรายอมรับมันได้ กระบวนการสร้่างปัญญาเกิดก็มีผู้ได้กล่าวไว้ให้เราทำตาม จะใช้อธิฐาน นั่งสมาธิ เชื่ิอมั่น หรือศรัทธามันก็จะไปต่อได้ และมันทำให้หาทางออกได้ ก็เลือกเอา แล้วเราจะทำได้
เขาส่งมาเกิดแล้ว แปลว่าทำอย่าให้เสียชาติเกิด เกิดต่อไปเขาไม่ส่งมาเกิดเอาไปดองไว้ในเมตริกจะเสียดายน่ะเอ้า
เขาชดใช้แทนเราไปแล้ว แปลว่าอย่าทำให้เสียเรื่อง ไม่งั้นต้องไปชดใข้แทน ยุ่งกันไปใหญ่ ว่าไหม
ชีวิตที่้เหลืออยู่ = xMaxAge-อายุที่ได้มา
นั่นหมายความว่า x ไม่เคยมีใครรู้ล่วงหน้า แปลว่าเราอยู่บนความไม่แต่นอน ใครทำให้ x มันเยอะก็แล้วไป
ใครลดทอนมันก็เตรียมตัวไปใช้กรรมต่อที่อื่น