งบดุลชีวิต 2009

คืนนี้พระจันทร์เต็มดวง ทำให้นึกถึงใจตัวเองได้ชัดเป็นพิเศษ แถมยังเป็นวันเปลี่ยนถ่ายปีขึ้นสู่ศักราชใหม่อีกด้วย จึงถือเป็นโอกาสอันดีในการจะทบทวนชีวิตที่ผ่านมาตลอดปี ว่าแต่จะเริ่มจากอะไรดีหว่า.. เรื่องเรียน เรื่องรัก เรื่องครอบครัว เรื่องการทำงาน เรื่องการสร้างบารมี เรื่องสังคม เรื่องจิต เรื่องกาย เรื่องเพลง เรื่องอะไรก็ไม่รู้มากมายหลายหลาก

งั้นเริ่มจากภาพรวมก่อนดีกว่า ปีที่ผ่านมา (2009) เป็นปีแห่งการพัฒนาจิตใจที่ยิ่งยวดที่สุดปีหนึ่งในชีวิตทีเดียว มีเรื่องราวมากมายผ่านเข้ามาในชีวิตที่มันผ่านมาแล้วดันไม่ผ่านไป ตัวเองดันเก็บมาคิดเป็นตุเป็นตะ ซะจนเป็นเรื่องเป็นราว แต่เมื่อได้นั่งนิ่งๆ กับตัวเอง หยุดใจ หยุดคิด ก็เพิ่งมารู้ตัวเมื่อก่อนสิ้นปีไม่นานว่า

ที่เราคิด ว่ามันมี มันไม่มี
ที่เราคิดว่ามันใช่ มันไม่ใช่
ที่เราคิดว่ามันจริง มันไม่จริง

ตลกตัวเองเหมือนกัน แต่ก็เป็นการดีที่ได้รู้จักตัวเองมากยิ่งขึ้นว่าปัจจัยอะไรที่ทำให้เรามีปัญหา มารตัวไหนที่ถูกจริตสนิทกันเหลือเกิน เหม่พี่มารแก่เล่นจับจุดได้ ซัดซะนั่วเลย ฮ่า ฮ่า ถ้าจะให้มีประโยคสั้นๆ เพื่อนเตือนใจตัวเองสำหรับเรื่องราวที่ผ่านมาก็น่าจะเป็น 2-3 ประโยคคือ
"กูไม่เคยยอมแพ้"
"เอาเป็นว่า ทางใครทางมัน"
"ยอดมนุษย์ 100%" สำหรับประโยค นี้ชอบเป็นพิเศษก็เลยให้เงื่อนกำหนดวเวลาสำหรับโครงการนี้ด้วยคือ 7,777 วัน ซึ่งจำนวนวันเป็นตัวเลขกลมๆ มี่สวยดี หลังจากวันที่ 7,778 ว่ากันอีกที แต่มันก็จริงถ้ากายไม่สะอาด ไม่บริสุทธิ์ แล้วใจจะไปบริสุทธิ์ได้อย่างไร

ปัญหาเรื่องใจส่วนสำหรับทีได้เรียนรู้จากปีทีผ่านมาและเป็นสิ่งมี่โคตรเร่งด่วนในการปรับแก้นั่นคือ "อะไรคือที่พึ่งที่ระลึกอันสูงสุด" จากการสังเกตใจตัวเองในปีที่ผ่านมา เรามักเอาใจไปผูกกับเรื่องราวต่างๆ มากมาย เลิกจากอันนี้ก็ไปผูกกับอันนั้น ไปโน้นที่นั่นที่ สิ่งของบ้าง บุคคลบ้าง เหตุการณ์บ้าง แล้วทั้งหมดก็เป็นเรื่องนอกตัวทั้งน้าน.... หาสาระก็ไม่ได้ productivity ก็ไม่เกิด เป็นการทำงานในความคิดล้วน ไม่ได้เนื้องานที่เป็นชิ้นเป็นอันเลย ส่วนเนื้องานที่เป็นชิ้นเป็นอันทีเกิดขึ้นจากการสังเกตพบว่า ใจเราอยู่กับตัวเราเองตลอดเวลาที่ทำงาน ซึ่งก็รู้ทังรู้นะแต่เม่งไม่อยากทำ ฮ่า ฮ่า ไอ้บัวใต้น้ำ แต่รอบนี้คงไม่ไหวแล้ว ถ้าเป็นแบบเดิมอีก คงจะเกลียดตัวเองเข้าทุกวัน ปล่อยเวลาผ่านไป ผ่านไป มาเกือบ 20 ปีแล้ว ถ้าปี 2010 เป็นอีกปีหนึ่งที่ใช้ชีวิตแบบเดิมๆ คงเซ็งเป็ดน่าดู ดังนั้นเจอกันไอ้หนูเอ๋ย

ไหนๆ ก็ได้รู้แล้วว่าเป้าหมายในชีวิตที่ตั้งมาตลอดเกือบ 20 ปี เป็นเป้าหมายลวงแท้ๆ แล้วก็รู้แล้ว่าเป้าหมายจริงๆ คืออะไร ดังนั้นมันซิยาก แต่มันก็ยากพอสู้ ใช่ไหมไอ้สัณห์ นี่หละหนาเค้าถึงเีรียกว่าเส้นผมบังภูเขา ฮืม ฮืม

ได้มีโอกาสกลับไปใช้ชีวิตตัวคนเดียวที่ มอ. 1 วัน 1 คืน ได้ข้อคิดมากๆ เหมือนที่เขียนไว้แล้วในหัวข้อ "ฝันวัยเด็ก"

ได้แต่งเพลงกำลังใจที่ชอบมาก ๆ สองเพลง คือเพลง "หยุดที่ใจเราเอง" กับเพลง "รักในตัวเอง" ได้ทบทวนเรื่องราวของตนเอง ของคนอื่นรอบๆ ตัว มันก็ได้ข้อคิดสำหรับชีวิตตัวเราเองเยอะทีเดียว กับคำถามที่เพิ่งรู้คำตอบนั่นคือ "รักเพราะอะไร" คำตอบคือ "รักเพราะอยากรัก" ดูมัน ดูมันคิด คิดได้ไงว่ะ ฮิ ฮิ ความอยากนี่มันน่ากลัวนะ น่ากลัว ๆ

แล้วเรื่องเรียนมึงจะไม่พูดถึงเลยหรือ ฮิ ฮิ เกือบลืม..:-)
ไม่รู้จะเขียนอะไรดี เนื้องานมันน้อย แต่ก็เรียนรู้เรื่องราวบางอย่างที่สำคัญมากๆ นั่นคือ "ถ้าอยากเรียนจบ ก็ต้องตั้งใจเรียน" โอ้.. แม้เจ้า นี่มึงเพิ่งคิดได้หรือนี่ "ครับพี่" "โทษคร้าบ" ฮ่า ฮ่า แล้วคนอ่านจะรู้เรื่องไหมนี่ ช่างมัน ยังไงก็เขียนเองอ่านเองอยู่แล้ว KipKap KipKap แต่ก็รู้ซึ้งถึงพลังแฝงอันเล้นรับที่ดึงออกมาใช้ยามวิกฤตได้ดีที่เดียว ดังนั้นถ้าสามารถดึงพลังลี้ลับของจักรวาลมาใช้ได้ตลอดปี 2010 หละก็ ฮ่า ฮ่า จบแน่นอน ไหนๆ ก็ไหน ๆ แล้วประกาศเป้าหมายซะเลย

"เนื้องานปริญญาเอก เงื่อนไขที่จะจบทั้งหมด จะจบภายใน มิถุนายน 2010 อันนี้ธงอันที่หนึ่ง หลังจากนั้นจะบวชช่วงเข้าพรรษา 3 เดือน แล้วก็จะรับปริญญาในเดือน ธันวาคม 2010 ฟันธง"

มาจะกล่าวบทไป ดังที่ได้สรุปงบดุลชีวิตที่ผ่านมาของปี 2009 และประกาศเป้าหมายปี 2010 แล้วนั่น ยังเหลือเวลาอีก 2 ชั่วโมงก็จะผ่านพ้นปีเก่า ดังนั้นช่วงเปลี่ยนถ่ายปี ขอให้ใจสงบในจุดที่ควรอยู่และใสสว่างเหมือนพระจันทร์ในคืนวันเพ็ญในคืนนี้ด้วยเถิด สาธุๆ ....

เจอกันปีหน้าอันแสนสดไสไอ้สัณห์เอ๋ย "ยอดมนุษย์ 100%"