แนะนำตัว SunShines Like a Music ครับ

สวัสดีครับ

SunShines Like a Music เป็นวงดนตรี Duo สองหนุ่มนักศึกษาป.เอก นาม Sun กับ Shines ซึ่งใช้เวลานอกจากการศึกษามาใช้ในการทำเพลง เพลงของพวกเราเน้นแนว Easy Listening เป็น Pilot Artist ของ SunShines Music ซึ่งกะว่าจะให้เป็นตัวอย่างของนักทำเพลงที่ไม่ค่อยมีความรู้เรื่องดนตรีมากมายนัก แต่มีใจรักเสียงเพลง กล้าที่จะฝันและไม่อายที่จะทำตามฝัน พวกเราได้เริ่มเดินทางตามเส้นทางดนตรีมายาวนานมากจะขอเล่าคร่าว ๆ ครับ

ปี 2533 : Sun และ Shines ได้เจอกันครั้งแรกที่รร.สวนกุหลาบ นนทบุรี ทั้งสองคนเป็นเด็กมัธยมตัวน้อย ๆ ที่เปี่ยมด้วยความฝัน ที่รร.สวน นนท์ นี้ มีวิชาพื้นฐานอาชีพ เป็นวิชาที่สร้างความรู้และประสบการณ์ในด้านวิชาชีพ ตอนนั้นนาย Sun ได้เลือกลงวิชาดนตรีเพื่อสร้างเสริมพื้นฐานให้แน่น แต่ไม่รู้ทำไม Shines มันดันไปเลือกพื้นฐานทอ-ย้อม

ปี 2534 : Shines ได้ทำการแต่งเพลงครั้งแรกในชีวิต (ด้วยความรู้ทั้งหมดที่ได้มาจากวิชาทอ-ย้อมนั่นล่ะ) ชื่อเพลง "แค่เพื่อน" แต่เนื่องจากพื้นฐานดนตรีมีน้อยมาก จึงทำได้เพียงแต่งเนื้อร้อง และเริ่มที่จะแว่บจากห้องทอ-ย้อม ไปป้วนเปี่ยนแถว ๆ ห้องวิชาดนตรีบ่อยครั้งขึ้น

ปี 2535 : ปีสุดท้ายของมัธยมปลาย เพลง "แค่เพื่อน" ได้รับการใส่ทำนอง และมีเพลงอื่น ๆ อีกปะรมาณ 2-3 เพลง ออกมา

ปี 2535 ก่อน Entrance : เริ่มมีแนวคิดจะใช้ Computer ในการทำเพลง จึงระดมทุนกับเพื่อน ๆ ในกลุ่ม ไปซื้อ Sound Card ชื่อ "Sound Max" ของ Canada มาใช้ ราคาร่วมหมื่น(แพงมากสำหรับเด็กมัธยม สมัยนั้น แต่ไป ๆ มา ๆ คนออกเงิน คือพ่อของ Shines ครับ) Sound Card ยังไม่พอ พวกเรายังไปตะล่อมให้แม่ของเพื่อนในกลุ่มอีกคน(สงวนนามครับ) ให้ออกเงินค่า Keyboard ที่เป็น Midi ราคาร่วมหมื่นเช่นกัน จนทำเพลงออกมา ในรูปแบบของ Midi ได้มา 3-4 เพลง เช่น "ฟ้า-ทะเล" "รอ" "ขอโทษที" (จะค่อย ๆ ทะยอยเอามาทำใหม่ครับ)

ปี 2536 : ช่วงนี้ Sun ไปเรียนต่อที่ มอ. สงขลา ส่วน Shines ไปเรียนต่อที่ KMIT'NB ทำให้ขาดการติดต่อพักใหญ่ ๆ แต่ Shines ก็ยังคงแต่งเพลงอย่างต่อเนื่อง เป็นการเก็บเกี่ยวประสบการณ์ ส่วน Sun ส่วน Sun ก็หาเวลาที่จะขึ้นมากรุงเทพบ่อย ๆ ครั้ง (ไม่ใช่เพื่อทำเพลงหรอกครับ มันมาด้วยวัตถุประสงค์อื่น ๆ ค่อยเล่านะ เรื่องมันยาว อิ อิ )

ปี 2537 : ไปรวมตัวช่วงปิดเทอมที่บ้านของ นายหนึ่ง(นามสมมติ ปัจจุบันเป็นผู้บริหารค่ายเพลง สัปปะรดเรคคอร์ด) ครั้งนั้นเหมือนไปเข้าค่าย 7 วัน 7 คืน ได้ทำอัลบั้มเล่น ๆ ชื่อ "FACES" ประกอปด้วยเพลง "เธอผู้ผ่านมา" "ขอโทษที" "รอ" "มาคนเดียวได้มั้ย" และอีกหลายเพลง โดยใช้วิธีการบันทึกสด ผลที่ได้คือมันออกมาแบบมั่ว ๆ ตามประสาคนไม่มีประสบการณ์การบันทึกเสียง เกิดอาการท้อ จนหยุดพักไปนาน

ปี 2538 - 2549 : Sun ทำงานไปเรียนโทที่ KMIT'NB จนจบ แล้วผันตัวเองจาก Sales Manager เป็น อาจารย์ประจำมหาลัยธุรกิจบัณฑิต ประจำคณะวิศวกรรมศาสตร์ ส่วน Shines หลังจากจบตรี ก็ไปทำงานเป็นหนุ่มแบ็งค์ จนเบื่อ ๆ ก็ไปเรียนโทจนจบที่ KMITL ก็ออกจากการเป็นหนุ่ม Bank ไปเป็นอาจารย์ที่มหา'ลัยราชภัฏวไลย์อลงกรณ์ ช่วงนี้เขาทั้งสอง ไม่ได้แตะดนตรีเลยแม้แต่นิดเดียว

ปี 2550 : หลังจากที่ทั้งสองคนใช้ชีวิตในเส้นทางสายอาชีพ ได้ทำในสิ่งที่ต้องทำ ได้ศึกษาต่อในระดับป.เอก ซึ่ง เขาทั้งสองได้ลาศึกษาทำให้ไม่ต้องไปทำการสอนในเวลาปกติ หลังจากที่ได้ทำหน้าที่ศึกษาวิจัยในสิ่งที่ต้องทำนั้น เขาทั้งสองได้มีเวลาที่จะหันกลับมามองสิ่งที่เคยฝันในวัยเด็ก แม้ว่ามันจะผ่านมานานมากแล้ว แต่มันยังชัดเจนอยู่ เขาทั้งสองจึงมาคุยกันว่านอกจากสิ่งที่ต้องทำแล้ว เราไม่ควรจะทิ้งสิ่งที่ฝันไว้ข้างหลังแบบนั้น เขาก็เลยเริ่มกลับมาทำเพลงที่พวกเขาเคยฝันถึง

ปี 2551 : การกลับมาทำในสิ่งที่เคยวางทิ้งไว้นานไม่ใช่เรื่องง่าย พวกเขาเจออุปสรรค มากมายก่ายกอง เริ่มจาก การอัดเสียง ด้วยเทคโนโลยีที่กาวหน้ามากขึ้น ทำให้ง่ายในการบันทึกเสียง วิชาการด้านการใช้ Computer ทำเพลงก็มีมากมาย ซึ่งพวกเราเลือกใช้ Cubase SX3 โดยใช้วิธีลองผิดลองถูกศึกษาด้วยตัวเอง จนทำเพลงดิบ ๆ ออกมาได้ระดับหนึ่ง เราต้องเจอกับเสียงคลื่นแทรก (Noise) ทำให้เสียงออกมาไม่ดีนัก ทางแก้เดียวที่หลาย ๆ ท่านในวงการแนะนำมาคือ ต้องใช้อุปกรณ์ที่ชื่อ Audio Interface แต่ด้วยความที่ขาดแคลนทุน เราจึงดื้ดึง ไม่ยอมใช้ โดยคิดเอาเองว่า Software น่าจะช่วยลด Noise ได้

ต้นปี 2552 : อัลบั้มชุดแรกแบบไม่แบทางการได้ออกมา อัลบั้ม "หอมกรุ่น" โดยเอาชื่อร้านกาแฟใน AIT ที่พวกเราชอบเข้าไปนั่งประชุม พูดคุย เป็นชื่ออัลบั้ม ซึ่งมีเพลง 8 เพลง แนว Acoustic แต่เนื่องจากคุณภาพเสียงมันไม่ดีเอามาก ๆ เราเลยพับอัลบั้มไว้เพียงแค่ 4 CD (เอาไปให้ที่ร้าน หอมกรุ่น ทั้ง 4 สาขา) จากนั้นก็กลับมาทบทวนว่า เอาไงต่อดี

กลางปี 2552 : Sun พยายามที่จะเผยแพร่งานเพลงออกไปตามสื่อต่าง ๆ ใน Internet ไม่ว่าจะเป็น Hi5.com , Facebook.com และทำ MV ไปไว้ที่ Youtube.com ซึ่งก็มีเสียงตอบกลับมาบ้างแต่ไม่เยอะนัก ซึ่งก็ทำให้พวกเราเริ่มดีใจว่าเพลงของพวกเราก็มีคนชอบบ้างเหมือนกัน ก็เลยพยายามทำเพลงออกมา แต่คราวนี้ได้ใช้ Computer Software เป็นเครื่องมือช่วยสร้างทำนองโดยใช้ Music in the Box มาช่วย ทำให้เราเน้นที่การทำเนื้อเพลง และเรียบเรียงเท่านั้น ตอนช่วงนี้ ดนตรีลงตัวแล้ว ขาดแต่เพียงเสียงร้องที่ยังมี Noise มาป่วนอยู่

ปัจจุบัน : เนื่องจากเราต้องไปร่วมงาน FAT Fest 9th ที่งานเมืองทอง ทำให้เราต้องทำ master Single ที่มีคุณภาพ เราจึงตัดสินใจ ซื้อ Audio Inteface (ทั้ง ๆ ที่ไม่อยาก) แล้วฟ้าก็เปิด เสียง Noise ที่เคยเป็นปัญหาของเรามาโดยตลอดก็หมดไป เราจึงทำ Single ออกมา 3 เพลง ดูได้ที่ห้อง MV นะครับ

อนาคต : เราอยากให้ทุกคนที่มีฝัน อย่าเพิ่งทิ้งมัน ลองตามฝันกันดู ถ้าเป็นเรื่องการทำเพลง เรามาช่วย ๆ กันได้ครับ เพลงใน Stock ของเรามีเยอะมาก รอความร่วมมือจากทุกคน ใครอยากมาร่วมสร้างฝัน ขอเชิญครับ

SunShines Like a Music